ข่าวประชาสัมพันธ์
การจ้างงานคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7 กุมภาพันธ์ 2568
1/5

แนวทางปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการ ในสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรา 33

  • กฎกระทรวงแรงงานกำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คน ต้องรับคนพิการที่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด
  • สัดส่วนในการรับคนพิการเข้าทำงานคือ ลูกจ้างที่ไม่ใช่คนพิการ 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน
  • การนับจำนวนลูกจ้างให้นับทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
  • กรณีที่นายจ้างที่มีหน่วยงาน หรือสำนักงานสาขาในจังหวัดเดียวกัน ให้นับรวมลูกจ้างของหน่วยงานหรือสำนักงานทุกแห่งในจังหวัดนั้นเข้าด้วยกัน

การส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (มาตรา 34)

นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการคนใดที่ไม่ได้รับคนพิการเข้าทำงานตามที่กำหนด ให้ทำการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี โดยคำนวณจากอัตราต่ำสุดของอัตราค่าแรงขั้นต่ำ คูณด้วย 365 และคูณด้วยจำนวนคนพิการที่ไม่ได้รับเข้าทำงาน ภายใน 31 มีนาคม

การส่งเสริมอาชีพโดยการจัดให้มีสัมปทาน (มาตรา 35) ในกรณีที่เจ้าของสถานประกอบไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานและไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 อาจจัดให้มีการส่งเสริมอาชีพในรูปแบบอื่น ๆ โดยสิทธิตามมาตรา 35 แบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่

  • การให้สัมปทาน
  • การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ
  • การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ
  • การฝึกงาน
  • จัดให้มีอุปกรณ์/สิ่งอำนวยความสะดวก
  • การจัดให้มีบริการล่ามภาษามือ
  • การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ

สิทธิประโยชน์: นายจ้างที่จ้างคนพิการทำงานสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หรือสูงสุด 3 เท่าหากจ้างเกินร้อยละ 60 ของลูกจ้างทั้งหมด

แหล่งข้อมูล: คนพิการสามารถสมัครงานหรือตรวจสอบสิทธิประโยชน์ได้ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัด